ประกันสะสมทรัพย์ลดหย่อนภาษีได้ในหมวดประกันชีวิต ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (นับรวมกับประกันชีวิตและประกันสุขภาพตัวเอง) ถ้ากรมธรรม์มีระยะเวลา 10 ปีขึ้นไป และเงินคืนระหว่างสัญญาแต่ละปีไม่เกิน 20% ของเบี้ยที่จ่าย ปีภาษี 2569 ต้องจ่ายเบี้ยภายใน 31 ธันวาคม 2569
ฟังดูง่าย แต่ประกันสะสมทรัพย์เป็นสัญญาผูกพัน 10 ปีขึ้นไป เลือกผิดครั้งเดียว อาจเสียทั้งเงินต้นและภาษีที่เคยลดไปแล้ว บทความนี้รวบรวม 5 ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุด พร้อมวิธีคิดก่อนเซ็น
ประกันสะสมทรัพย์คืออะไร ทำงานยังไง
ประกันสะสมทรัพย์คือประกันชีวิตที่เน้นออมเงิน คุณจ่ายเบี้ยตามระยะที่กำหนด (เช่น 5 ปี หรือ 10 ปี) แล้วได้เงินคืนตอนครบสัญญา บางแบบมีเงินคืนระหว่างทางด้วย ระหว่างนั้นมีความคุ้มครองชีวิต ถ้าเสียชีวิตครอบครัวได้ทุนประกัน
ต่างจากเงินฝากตรงที่ ถอนก่อนกำหนดไม่ได้โดยไม่เสียเงิน ถ้ายกเลิกกลางทาง จะได้แค่มูลค่าเวนคืนซึ่งช่วงปีแรกๆ มักน้อยกว่าเบี้ยที่จ่ายไป ดูภาพรวม ประกันออมทรัพย์ AIA ได้ที่นี่
เงื่อนไขประกันสะสมทรัพย์ที่ลดหย่อนภาษีได้ (ปีภาษี 2569)
| เงื่อนไข | รายละเอียด |
|---|---|
| ระยะเวลาเอาประกัน | 10 ปีขึ้นไป |
| บริษัทประกัน | ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย |
| เงินคืนระหว่างสัญญา | แต่ละช่วงไม่เกิน 20% ของเบี้ยที่จ่ายในปีนั้น (เงินครบสัญญาไม่นับ) |
| วงเงินลดหย่อน | รวมกับประกันชีวิตอื่นและประกันสุขภาพตัวเองไม่เกิน 100,000 บาท |
| ข้อมูลเบี้ย | ต้องให้ความยินยอมบริษัทส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร |
| ยกเลิกก่อน 10 ปี | ต้องคืนภาษีที่เคยลดหย่อนพร้อมเงินเพิ่ม |
5 ข้อผิดพลาดในการเลือกประกันสะสมทรัพย์ลดหย่อนภาษี
1. ดูแค่ “ผลประโยชน์รวม” แต่ไม่ดูผลตอบแทนต่อปี (IRR)
ใบเสนอขายมักโชว์ตัวเลขรวม เช่น “จ่าย 500,000 รับคืน 540,000 กำไร 8%” ฟังดูดี แต่ถ้าจ่ายเบี้ยปีละ 100,000 บาท 5 ปี แล้วรับเงินก้อนตอนสิ้นปีที่ 10 ผลตอบแทนต่อปีจริง (IRR) อยู่ที่ประมาณ 0.97% ต่อปี เท่านั้น
ภาษีคือส่วนที่ทำให้ตัวเลขนี้ดีขึ้น ถ้าคุณอยู่ขั้นภาษี 10% เบี้ย 100,000 บาทได้ภาษีคืน 10,000 บาทต่อปี IRR จะขยับเป็นประมาณ 2.3% ถ้าอยู่ขั้น 15% จะประมาณ 3.0% (ตัวเลขโดยประมาณ ยังไม่รวมความคุ้มครองชีวิต)
สรุปคือ ประกันสะสมทรัพย์คุ้มมากขึ้นตามขั้นภาษีของคุณ คนที่เงินได้สุทธิยังอยู่ขั้น 0–5% ได้ประโยชน์ทางภาษีน้อยมาก ขอให้ตัวแทนแสดง IRR ทั้งแบบมีและไม่มีภาษีให้ดูทุกครั้ง
2. เลือกระยะจ่ายเบี้ยหรือเบี้ยต่อปีเกินกำลัง
ปัญหาที่หนักที่สุดของประกันสะสมทรัพย์ไม่ใช่ผลตอบแทนต่ำ แต่คือ จ่ายไม่ไหวกลางทาง ถ้ายกเลิกก่อนครบสัญญา คุณจะเสีย 2 ต่อ
- ได้มูลค่าเวนคืนน้อยกว่าเบี้ยที่จ่าย โดยเฉพาะช่วง 2–3 ปีแรก
- ภาษีที่ลดไปแล้วทุกปีต้องคืนพร้อมเงินเพิ่ม
กฎง่ายๆ คือ เบี้ยประกันสะสมทรัพย์ไม่ควรกินเงินออมจนไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน 6 เดือน และเลือกจ่ายเบี้ยสั้น (5–6 ปี) ถ้ารายได้ยังไม่แน่นอน ถ้ากำลังพิจารณายกเลิก อ่าน ขั้นตอนเวนคืนกรมธรรม์ AIA ก่อน
3. ซื้อเกินสิทธิ์ที่เหลืออยู่ในก้อน 100,000 บาท
ก้อน 100,000 บาทนี้ใช้ร่วมกับประกันชีวิตตัวอื่นและประกันสุขภาพตัวเอง (ไม่เกิน 25,000) หลายคนมีประกันชีวิตเดิมอยู่แล้ว 40,000 บาท และประกันสุขภาพ 25,000 บาท แต่ไปซื้อสะสมทรัพย์เพิ่มอีก 100,000 บาท ทั้งที่สิทธิ์เหลือแค่ 35,000 บาท
เบี้ยส่วนที่เกิน 65,000 บาทไม่ได้ช่วยเรื่องภาษีเลย และผลตอบแทนเปล่าๆ ของมันก็ต่ำตามข้อ 1 ก่อนซื้อให้รวมเบี้ยประกันชีวิตและสุขภาพที่มีอยู่ทั้งหมดก่อน แล้วซื้อแค่ส่วนที่เหลือ
4. จ่ายเบี้ยข้ามปี หรือลืมให้ความยินยอมส่งข้อมูล
สิทธิ์ลดหย่อนนับตามวันที่จ่ายเบี้ยจริง ถ้าทำสัญญาปลายเดือนธันวาคม แต่จ่ายเบี้ยงวดแรกต้นเดือนมกราคม เบี้ยก้อนนั้นจะไปนับปีภาษีถัดไป
อีกเรื่องคือ ตั้งแต่ปีภาษี 2562 บริษัทประกันต้องส่งข้อมูลเบี้ยให้กรมสรรพากรโดยตรง และต้องได้รับความยินยอมจากคุณก่อน ถ้าลืมแจ้ง จะใช้สิทธิ์ลดหย่อนไม่ได้แม้จ่ายเบี้ยครบ
5. เลือกแบบที่ไม่ตรงกับเป้าหมาย
ประกันสะสมทรัพย์มี 2 แบบหลัก
- แบบไม่มีเงินปันผล (Non Par): ผลประโยชน์รับประกันตามตาราง รู้ตัวเลขแน่นอนตั้งแต่วันแรก
- แบบมีเงินปันผล (Par): มีเงินปันผลเพิ่ม แต่ไม่รับประกัน ขึ้นกับผลการดำเนินงานของบริษัท
ถ้าเป้าหมายคือเงินใช้ตอนเกษียณ ประกันบำนาญอาจตอบโจทย์กว่า เพราะได้ ก้อนลดหย่อนแยกอีก 200,000 บาท ไม่ต้องแย่งก้อน 100,000 กับประกันชีวิต อ่านเปรียบเทียบได้ที่ ประกันลดหย่อนภาษี 2569 เปรียบเทียบประกันชีวิต สุขภาพ บำนาญ
ตัวอย่าง: ซื้อประกันสะสมทรัพย์ 50,000 บาท ประหยัดภาษีได้เท่าไหร่
ภาษีที่ประหยัดได้ = เบี้ยที่ใช้ลดหย่อน x อัตราภาษีขั้นสูงสุดที่คุณอยู่
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี | เบี้ย 50,000 บาท ประหยัดภาษีได้ต่อปี |
|---|---|---|
| 150,001 – 300,000 | 5% | 2,500 |
| 300,001 – 500,000 | 10% | 5,000 |
| 500,001 – 750,000 | 15% | 7,500 |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | 10,000 |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | 12,500 |
ถ้าเบี้ยทำให้เงินได้สุทธิตกขั้น ส่วนที่ตกลงไปจะคิดในอัตราขั้นที่ต่ำกว่า ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ขั้นไหน ดูวิธีคำนวณใน คู่มือวางแผนภาษีมนุษย์เงินเดือน
ใครควรซื้อ ใครควรรอ
เหมาะกับ: คนที่มีเงินสำรองฉุกเฉินแล้ว อยู่ขั้นภาษี 10% ขึ้นไป อยากได้เงินก้อนที่แน่นอนในอนาคต (ค่าเทอมลูก ดาวน์บ้าน) และเก็บเงินเองไม่ค่อยอยู่
ควรรอก่อน: คนที่ยังไม่มีประกันสุขภาพ (ความเสี่ยงค่ารักษาสำคัญกว่า) คนที่รายได้ไม่แน่นอน และคนที่เงินได้สุทธิยังอยู่ขั้น 0–5%
ประกันสะสมทรัพย์ AIA ที่ลดหย่อนภาษีได้
แต่ละแบบต่างกันที่ระยะจ่ายเบี้ย ระยะคุ้มครอง และรูปแบบเงินคืน ดูรายละเอียดและตัวอย่างผลประโยชน์ได้ที่
คำถามที่พบบ่อย
ประกันสะสมทรัพย์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเท่าไหร่
ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี และนับรวมกับประกันชีวิตอื่นและประกันสุขภาพตัวเอง
ประกันสะสมทรัพย์ 5 ปี ลดหย่อนภาษีได้ไหม
ถ้า “5 ปี” หมายถึงจ่ายเบี้ย 5 ปี แต่สัญญาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ลดหย่อนได้ แต่ถ้าสัญญาทั้งฉบับสั้นกว่า 10 ปี ลดหย่อนไม่ได้ ดูที่ “ระยะเวลาเอาประกัน” ในกรมธรรม์
ประกันสะสมทรัพย์กับเงินฝากประจำ อะไรดีกว่า
เงินฝากถอนได้ยืดหยุ่นกว่าและไม่มีความเสี่ยงยกเลิกกลางทาง แต่ดอกเบี้ยต้องเสียภาษี 15% (ยกเว้นบัญชีปลอดภาษี) ส่วนประกันสะสมทรัพย์ได้สิทธิ์ลดหย่อนและความคุ้มครองชีวิต แลกกับการผูกเงินยาว ถ้าอยู่ขั้นภาษี 10% ขึ้นไปและไม่ต้องใช้เงินก้อนนี้ก่อนครบสัญญา ประกันสะสมทรัพย์มักได้เปรียบ
อยากให้ช่วยคำนวณ IRR ก่อนตัดสินใจ
ส่งรายได้ต่อปีและประกันที่มีอยู่มาให้ปุนดู ปุนจะคำนวณให้ว่าคุณเหลือสิทธิ์ลดหย่อนเท่าไหร่ และแต่ละแบบให้ IRR หลังรวมภาษีเท่าไหร่ ทักมาที่ LINE: @AIAGOODLIFE หรือ ติดต่อเรา
แหล่งอ้างอิง
- กรมสรรพากร: www.rd.go.th/60058.html


